:: SeT mE fReE ::

~ Life is a journeY ~


เปื่อยมากก

  0 Comment Published 10:16 pm in Expirence , Sick By --jinxx--

เปื่อยด้วยโรคเดิมๆ ที่ไม่ปรากฎตัวมาหลายปีแร้ว เหตุเกิดเมื่อวานนี้ เริ่มจากการปวดๆหายๆไอ้เราก้อมองโลกในแง่ดีว่าเด๋วมันคงหายไปเอง ประกอบกะงาน โค-ตะ-ระ ยุ่งด้วยเลยไม่มีเวลาลงไปหายากิน อาการเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จากปวดท้องอย่างเดียว ชักจะอยากอ้วกด้วย ปวดหัวหมุนติ้วอีกต่างหาก ไปซื้อยากินก่อนขับรถ กลับบ้านมาก้อยังกินยาอยู่ นอนหลับไปก้อตื่นมาเป็นระยะๆเพราะปวดท้อง ไม่เคยเป็นขั้นนี้เลยนะนี่ หยุดงาน แต่ยังไม่ไปหาหมอ ขอดูอาการตัวเองก่อน (ทำเป็นเก่งทำไมเนี่ย) ไม่หรอก ก้อแค่ขี้เกียจขับรถ ไม่มีใครอยู่ให้พาไปซะงั้น แงงง

บ่ายๆกินแล้วก้อนอน ตื่นมาคิดว่าจะดีขึ้น เปล่าเรยย ลุกปุ๊ปเหมือนกรดไหลลงกระเพาะ ปวดมากกกกกกก แม่เจ้า ยังกะกระเพาะทะลุ (คิดไปเอง) ตอนเย็นทนไม่ไหวเลยขับรถไปเองก้อได้ฟระ คุณหมอตรวจด้วยความรวดเร็วมั่กๆ เสร็จแล้วโดนอัญเชิญให้ไปจ่ายตัง ตอนนั่งรอก้อนั่งมึน เพิ่งคิดได้ว่า เอ๊ะตกลงกุเป็นไรวะ หมอไม่ได้บอกก้อดันลืมถาม -_-" แต่เดาได้อยู่แล้วมันต้องเป็น โรคกระเพาะ แน่นอน...

กลับมาหาความรู้เพิ่มเติม ว่าโรคได้เป็นมายังไง แล้วต้องทำตัวยังไง ก้อตามนี้

โรคกระเพาะอาหาร
โรคกระเพาะอาหารหมายถึงภาวะที่มีแผลเยื่อบุกระเพาะและลำไส้ถูกทำลายถึงแม้ว่าจะเรียกว่าโรคกระเพาะแต่สามารถเป็นได้ทั้งที่กระเพาะและลำไส้ ว่าถ้าเป็นเฉพาะเยื่อบุกระเพาะเรียก gastritis แต่ถ้าเป็นแผลถึงชั้นลึกmuscularis mucosa เรียก ulcerถ้าแผลอยู่ที่กระเพาะเรียก gastric ulcerถ้าแผลอยู่ที่ลำไส้เล็กเรียกduodenal ulcer โรคกระเพาะพบได้ทุกวัย

สาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร


  1. การหลั่งกรดผิดปกติในกระเพาะอาหาร
  2. กรรมพันธุ์ พบว่าเกิดกับคนในครอบครัวเดียวกันได้บ่อย ๆ
  3. บุหรี่ ทำให้มีการผลิตกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้แผลหายช้า
  4. ชา กาแฟ และน้ำดื่มที่มี Caffeine จะทำให้กรดหลั่งออกมามาก
  5. ยา บางอย่าง มี ผลทั้งระคายเคืองกระเพาะอาหารโดยตรง และทำให้กลไกการป้องกันในกระเพาะอาหารเสียไป ได้แก่ ยาแอสไพริน กลุ่มยา NSAIDs ที่ใช้รักษาโรคข้อแก้ปวด ยาในกลุ่มเสตียรอยด์ ฯลฯ
  6. ความเครียดความกังวล ทำให้มีการหลั่งกรดมากขึ้น
  7. การติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Helicobacter pylori

อาการ

1. ปวดท้อง ลักษณะอาการปวดท้องที่สำคัญ คือ
ปวดบริเวณลิ้มปี ปวดแบบแสบๆหรือร้อนๆ ปวดเรื้อรังมานาน เป็นๆ หายๆ เป็นเดือนหรือเป็นปี
ปวดสัมพันธ์กับอาหาร เช่น ปวดเวลาหิวหรือท้องว่างเมื่อกินอาหารหรือนม จะหายปวด บางรายจะปวด หลังจากกินอาหารหรือนมจะหายปวด บางรายจะปวดหลังจากกินอาหารหรือปวดกลางดึกก็ได้
2. จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เรอลม มีลมในท้อง ร้อนในท้อง คลื่นไส้อาเจียน

3. อาการโรคแทรกซ้อน ได้แก่
อาเจียนเป็นเลือดดำ หรือแดง หรือถ่ายดำ เนื่องจากมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น
ปวดท้องรุนแรง และ ช๊อค เนื่องจากแผลกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กทะลุ
ปวดท้องและอาเจียนมาก เนื่องจากการอุดต้นของกระเพาะอาหาร
อาการของโรคกระเพาะอาหารจะไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงของโรค บางรายไม่มีอาการปวดท้อง แต่มีแผลใหญ่มากในกระเพราะอาหาร หรือลำไส้ บางรายปวดท้องมากแต่ไม่มีแผลเลยก็ได้

อาการอื่นที่พบได้
น้ำหนักลด
เบื่ออาหาร
แน่นท้อง ท้องเฟ้อ
คลื่นไส้ อาเจียน

ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์

  • ปวดท้องทันที ปวดเหมือนถูกมีดบาด ขยับตัวหรือหายใจแรงๆจะทำให้ปวดเพิ่มมากขึ้น และปวดไม่หาย ซึ่งอาจจะเกิดจากกระเพาะอาหารทะลุ (เรานี่เก่งเนอะรอเกิน 24 ชั่วโมงค่อยเสด็จไปหาหมอ)
  • อุจาระดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด เนื่องจากเลือดออกทางเดินอาหาร
    แน่นท้องอาเจียนบ่อย เป็นอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งอาจจะเกิดจากลำไส้อุดตัน

วิธีการรักษาโรคกระเพาะอาหารทำอย่างไร

  • รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ควรทานสามมื้อ เว้นอาหารรสจัด งดทานอาหารว่างหลังอาหารมื้อเย็น
  • ระหว่างรับประทานอาหาร เคี้ยวให้ละเอียด ไม่รับประทานอาหาร เวลาเหนื่อยมาก ๆ หรือหลังเล่นกีฬา
  • งดสูบบุหรี่เด็ดขาด และควรงดดื่มสุราหรือดื่มกาแฟขณะท้องว่าง
  • ลดความกังวลความตึงเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ..พูดง่ายทำยากอีกแล้ว -__-"
  • ละเว้นการใช้ยาแก้ปวดแก้ยอก เช่น แอสไพริน ยาในกลุ่ม NSAIDs และเสตียรอยด์ ถ้าจะต้องใช้ควรให้แพทย์ดูแลการใช้ ไม่ควรหามากินเอง

อาการเตือนที่ทำให้ต้องระวังว่าเป็นมะเร็ง ได้แก่ (อันนี้น่ากัวมากก)

  • ปวดท้องจนต้องตื่นนอนตอนกลางคืน (แงงง เข้าข่ายย)
  • น้ำหนักลดลงมากกว่า ร้อยละ 5 ใน 1 เดือน
  • อายุมากกว่า 40 ปี
  • ถ่ายเป็นเลือด
  • อาเจียน หลังรับประทานอาหาร (อันนี้ก้อใกล้แล้ว)
  • กลืนลำบาก
  • มีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • ซีด
  • ตัวเหลืองตาเหลือง
  • ตับม้ามโต
  • มีก้อนในท้อง
  • ท้องโตขึ้น
  • มีการเปลี่ยนของระบบขับถ่าย

Link: Siam Health , ThaiClinic , ThaiLabonline

ดูแลตัวเองดีดี.... เรื่องที่รู้ๆกันอยู่แต่บางทีมันก้อทำยากเหมือนกัน


In Farewell to Gizmo, SorroW for tOdaY

  1 Comment Published 12:37 am in Gizmo , Perception By --jinxx--

ถึงกิสโม่


ครบรอบ 1 ปีที่เราจากกันแล้วนะ เร็วมากเลยอ่ะ ยังกะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี่เอง หม่ามี๊คิดถึงหนูมากกกกก มากซะจนบอกไม่ถูก วันนี้หม่ามี๊เลยนั่งรวบรวมรูปของหนูมาลงไว้ เราจะได้เห็นกันเวลาที่หม่ามี๊ไม่ได้อยู่บ้านไงลูก
---------------------------------------------------
11 เม.ย. 2544

วันนี้หม่ามี๊ไปรับหนูมาจากที่บ้านแถวปทุมธานี ความจิงเราเจอกันก่อนหน้านี้แล้วล่ะ ประมาณเดือนนึงก่อนหน้านี้ หม่ามี๊ไปดูตัวหนูกะพี่น้องที่บ้าน ไปนั่งคุยกะเจ้าของคนเก่าของหนู หม่ามี๊เห็นหนูแวปแรกก้อรู้เลยว่าต้องเป็นตัวนี้ ถึงแม้ว่าหนูจะดูง่วงๆซึมๆ ผิดกะพี่น้องก้อเถอะ ตอนแรกเจ้าของหนูจะให้เอาไปเลย แต่หม่ามี๊บอกว่าขอฝากไว้ก่อน เพราะอยากให้หนูได้อยู่แม่หมาจริงๆ นานๆหน่อย ได้กินนมเยอะๆ หนูจะได้แข็งแรงไงลูก ตอนนี้หนูประมาณเกือบ 2 เดือนแล้วล่ะ
รูปแรกของหนู ที่บ้านพจน์ หนูนั่งบนที่นั่งเปียโนกะเสื้อของน้องดา

รูปแรกไม่ชัด เอาใหม่ หน้าดุเชียว

ง่วง...นอนดีก่า
หนูชอบนอนหงายผึ่งลมมากก ท่าประจำตัวเลยนะ

หม่ามี๊เคยเอารูปนี้ไปลงเวปนึง แล้วมีคนมาโหวตให้หนูมากมาย หม่ามี๊ดีใจที่มีคนมาชอบหนูเยอะแยะเลย :D
---------------------------------------------------
กิสโม่ประมาณ 1 ขวบ

ขอโทษจริงๆลูกที่ไม่รู้ว่าเราถ่ายรูปนี้กันเมื่อไหร่ เพราะอันนี้หม่ามี๊สแกนมาจากรูปถ่ายจริงๆ แต่เดาจากชุดหม่ามี๊แล้ว หนูน่าจะประมาณเกือบๆขวบแล้วล่ะ ตอนนั้นหนูไปส่งหนูที่ร้านอาบน้ำแล้วก้อมาเรียน เสร็จแล้วเพื่อนหม่ามี๊ไปรับหนูมาให้ที่มหาลัย เพื่อนหม่ามี๊กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เพราะว่าหนูน่ารัก นิ่งๆ ไม่โวยวาย หลังจากนั้นหม่ามี๊ก้อพาหนูมาเที่ยวที่มหาลัยบ่อยเนอะ จนหลังๆเพื่อนหม่ามี๊ต้องคอยดูหนูแทนหม่ามี๊บ้าง เวลาที่หม่ามี๊ขึ้นตึกข้างบนไปน่ะ พอหม่ามี๊กลับมา เพื่อนหม่ามี๊ก้อบอกว่า หนูนั่งหันหน้าไปทางที่หม่ามี๊ไป แล้วก้อรอๆๆๆอยู่อย่างนั้น ใครเรียกก้อไม่ไป โถ ลูกเอ้ยย
---------------------------------------------------
5 มี.ค. 2546


กิสโม่ 2 ขวบแล้วจ้า หน้าตาเริ่มโหดขึ้นเล็กน้อย หรือง่วงนอนก้อไม่รู้อ่ะ เพราะถ่ายตอนจะเที่ยงคืนแล้ว หม่ามี๊นอนไม่หลับ เลยลุกมาถ่ายรูปหนูอ่ะ เรานอนด้วยกันทุกวันเลยเนอะ ถ้าหม่ามี๊ยังไม่มาหนูก้อจะไม่ยอมนอน เป็นยังงี้จนหม่ามี๊ไม่กล้าไปนอนที่อื่นเลยอ่ะ จะดึกแค่ไหนก้อต้องกลับบ้านมาหาหนูไง นอนพร้อมกัน ตื่นก้อพร้อมกันเพราะหนูจะไม่ยอมไปไหนจนกว่าหม่ามี๊จะตื่นแล้วลงไปข้างล่างเหมือนกัน -_-!
---------------------------------------------------
กันยา 2546

อันนี้ก้อไม่รู้อีกแล้วว่าถ่ายเมื่อไหร่ เพราะมาจากกล้องธรรมดา แต่รูปนี้หนูหน้าตาดีเนอะ คุณยายแซวว่านี่ใครเนี่ย ?!? หุหุ
---------------------------------------------------
25 พ.ย. 2546
รูปนี้ก้อเหมือนกัน นอนไม่หลับเพราะหนูยุกยิกๆ ถ่ายรูปดีกว่า กิสโม่เป็นหมาประหลาดชอบมองกล้อง เป็นดาราใช่มั๊ยเนี่ยเรา
---------------------------------------------------
19 มี.ค. 2547

กิสโม่ 3 ขวบแล้วนะ ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลย น้ำหนักหนูค่อนข้างคงที่นะ ประมาณ 5- 5โลครึ่ง ตลอด แต่แค่นี้อุ้มนานๆหม่ามี๊ก็เมื่อยแล้วอ่ะ
---------------------------------------------------
24 พ.ค. 2547

วันนึงที่เรานอนไม่หลับกันอีกแล้ว หม่ามี๊อยากถ่ายรูปแบบ The Dog กะเค้ามั่ง เลยลองดู หนูก้อดีเนอะ ไม่หลบกล้องเลย จ้องตลอด ดีมากลูก
---------------------------------------------------
8 มิ.ย. 2547

เหมือนเดิม ชอบถ่ายรูปกันตอนดึกๆ ไม่หลับไม่นอน หน้าตาดูหาเรื่องดีอ่ะ ชอบบบ จำได้มั๊ยเวลาที่หม่ามี๊จะนอน หนูก็ชอบกระโดดมาเกาะขอบเตียง ถ้าหม่ามี๊ไม่สนใจก้อจะโดดอยู่ยังงั้นแหละ จนกว่าหม่ามี๊จะเอามือมาเกาหัวเกาพุงให้หนูนอนหลับ บางทีหม่ามี๊ก็ขี้เกียจไปล้างมือแล้ว นอนมันทั้งอย่างนั้นเลย ตื่นมาสิวก้อขึ้นเป็นประจำ -_-"
---------------------------------------------------
24 ก.ค. 2547
เพราะว่าหม่ามี๊ใกล้จะไปเรียนต่อแล้ว เราเลยไปเที่ยวบ้านที่เมืองกานกัน ความจิงเราไปกันบ่อยๆนะ แต่คราวนี้เพื่อนหม่ามี๊ไปด้วยเราเลยได้ถ่ายรูปกันเยอะหน่อย
ถ่ายตอนเช้าหน้าตาดูดุอีกแล้ว สงสัยคนที่หนูไม่ชอบจะยืนอยู่แถวนี้ อิอิ

มุมนี้ก้อดุ เง้อ

ถ่ายรูปหมู่กัน ทำไมไม่มองกล้องล่ะจ้า มองหม่ามี๊ทำไม (แล้วหม่ามี๊ก้อเข้าใจว่าที่เคยคิดว่าหนูมองกล้องความจิงแล้วหนูมองหม่ามี๊นี่เอง โธ่เอ๊ย!)

25 ก.ค. 2547
ถ่ายที่ระเบียงบ้านที่เมืองกาน ใครเนี่ยหล่อซะ ฮ่าๆๆๆ
---------------------------------------------------
11 ส.ค. 2547

วันที่หม่ามี๊ต้องเดินทางไปเรียนต่อ จำได้ว่าคุณยายถ่ายรูปหม่ามี๊กะหนูให้ แต่ไม่รู้อยู่ไหน ใจนึงก้ออยากให้หนูไปส่งด้วย แต่ใจนึงก้อไม่อยาก กลัวทำใจไปไม่ได้ ก่อนหน้านี้ หม่ามี๊พยายามบอกหนูตลอดว่าหม่ามี๊จะไม่อยู่ระยะนึง แต่ก้ออดห่วงไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาจริงๆ และหนูก้อไม่เอาคนอื่นในบ้านด้วยเหมือนกัน จำใจไปหลังจากฝากฝังกะที่บ้าน ทั้งๆที่รู้ว่าคงไม่มีใครทำได้เหมือนหม่ามี๊ แต่หม่ามี๊ก้อต้องไป เข้าใจใช่มั๊ยลูก
---------------------------------------------------
26 ธ.ค. 2547

ไปได้ 4 เดือน หม่ามี๊ก้อเผ่นกลับบ้าน หลังจากที่ได้ยินจากคุณยายว่าหนูเปลี่ยนไป ซึมๆ อารมณ์เสีย นั่งรอหน้าบ้านตลอด จากที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่กลับจนกว่าจะเรียนจบ รีบซื้อตั๋วกลับทันที ถึงจะกลับมาได้แค่ 2 อาทิตย์ ก้อจะกลับมาหาหนูให้ได้ พอเราเจอกัน หนูดีใจมากๆ หม่ามี๊ก้อดีใจมากๆ เหมือนกัน เหมือนใครๆก้อกรอกหูหนูตลอดว่าหม่ามี๊ทิ้งหนู แต่หนูยังจำหม่ามี๊ได้ หม่ามี๊ดีใจมากๆ

2 อาทิตย์ที่กลับมา เสียดายที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เพราะหม่ามี๊ต้องออกไปซื้อของเพื่อเอากลับไปใช้ที่นู้นด้วย แต่ก็พยายามเต็มที่ที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆให้มากที่สุด

วันนี้มาเมืองกานมางานเปิดตลาดของญาติๆ หม่ามี๊ก้อพาหนูไปด้วย ใครๆก้ออยากมาเล่นกะหนู แต่หม่ามี๊ก้อไม่กล้าให้เล่นนานเพราะอารมณ์หนูตอนนี้แปรปรวนมาก ๆ ญาติหม่ามี๊ยังชมเลยว่าหนูน่ารัก ไม่ซน วางไว้ตรงไหนก้ออยู่ตรงนั้น (ถ้าหม่ามี๊อยู่ด้วย)

กลับบ้านมาถ่ายรูปเล่นกันดีก่า


น่ารักจิ๊งงงง ลูกใครเนี่ยยย
ถ่ายด้วยกันหน่อย

---------------------------------------------------
2 ม.ค. 2548


กลับมาที่กรุงเทพฯกันแล้ว พรุ่งนี้หม่ามี๊ต้องกลับไปอังกฤษแล้วล่ะ ทำไงดี กลัวคิดถึงจัด เลยถ่ายรูปไว้เต็มเลย จะได้ไว้ดูเวลาคิดถึงไง
ชอบทำหน้าเงี้ยเวลาหม่ามี๊ไปข้างนอก

คิดมากจนหนวดหงอกเลยนะลูก
---------------------------------------------------
เม.ย. 2548
หลังจากที่กลับมา ประโยคแรกที่หม่ามี๊จะพูดกะคุณยายตลอดคือ หนูเป็นไงบ้าง (ไม่เคยถามถึงคุณตาคุณยายเลย จนเค้าน้อยใจกันหมดแล้ว) คุณยายบอกว่าหนูสบายดี หม่ามี๊ก้อไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะจากคราวก่อนที่หม่ามี๊โทรไปถามว่าหนูเป็นอะไรรึเปล่า เพราะหม่ามี๊สังหรณ์ใจ คุณยายก้อบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ความจิงพอหม่ามี๊กลับมาค่อยเล่าให้ฟังว่า วันนั้นหนูโดนไอ้หม้อกัดที่หน้า เพราะไอ้หม้อเข้ามาในบ้าน แล้วหนูเข้าไปยืนขวางไว้ เลยโดนกัด ต้องพาไปหาหมอกัน แล้วหม่ามี๊ก้อโทรมาถามวันนั้นเลย คุณยายเลยกลัวว่าหม่ามี๊จะคิดมากเลยโกหกว่าไม่มีอะไร แต่ในใจคุณยายคือคิดว่า หม่ามี๊รู้ได้ยังไง ก้อเราอยู่ด้วยกันตลอด ทำไมจะมีจิตถึงกันไม่ได้ล่ะเนอะ หม่ามี๊บอกคุณยายว่าหม่ามี๊ฝันไม่ดีเกี่ยวกับหนู พอตื่นเลยโทรมาถาม คุณยายยังบอกว่าตอนไปหาหมอ หนูก้อไม่ยอมให้หมอดูแผลเลย ซึ่งปกติหนูจะกลัวหมอมากเวลาหม่ามี๊พาไปหาหมอ แต่พอคุณยายเรียกชื่อหม่ามี๊หนูก้อเลยเหลือบตาหันไปดู หมอก้อเลยดูแผลได้ ฟังแล้วอยากกลับไปจังเลย เหตุการณ์จากคราวนั้น หม่ามี๊เลยบอกให้คุณยายถ่ายรูปหนูส่งมาให้หม่ามี๊ดูหน่อย ซึ่งก้อได้สองรูปนี้มา

หนู 4 ขวบแล้ว พอหม่ามี๊ไม่อยู่คุณตาคุณยายก้อไม่ยอมให้หนูอยู่ในบ้านด้วยอีก น่าสงสารจังเลย

คิดอะไรอยู่จ้ะ
---------------------------------------------------
ถือเป็นรูปสุดท้ายที่ได้ถ่ายไว้ เสียดายเนอะที่เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกัน มีคนบอกว่าถ่ายรูปกะสัตว์เลี้ยงตัวไหนมักจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่หม่ามี๊ว่าไม่จริงหรอก ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย หม่ามี๊ผิดเองลูกที่ขี้เกียจเกินไป จนบางครั้งเราพลาดอะไรๆที่น่าจะได้ทำด้วยกันตั้งเยอะแยะ
---------------------------------------------------
28 ก.พ. 2549

หม่ามี๊กลับบ้านแล้ว ไม่กลับไปอีกแล้ว ตอนนี้กิสโม่ 5 ขวบแล้วนะเนี่ย แปลกดีที่เราเกิดวันใกล้ๆกัน หนูเกิด 21 หรือ 22 เดือนนี้แหละ หม่ามี๊เกิด 26 ไม่เจอกันปีนึงเต็มๆ กิสโม่จะจำหม่ามี๊ได้มั๊ยน้า พอเจอกันหนูยังจำหม่ามี๊ได้ล่ะ พอหม่ามี๊อุ้มหนูก้อร้องโวยวาย เหมือนที่หนูชอบทำเวลาที่หม่ามี๊ทิ้งหนูไปไหนซักแห่งนานๆ ทั้งที่ถ้าไม่เห็นหม่ามี๊หนูก้อจะนั่งของหนูเงียบๆไปเรื่อยๆ แต่คราวนี้ซักพักหนูดิ้นไม่ยอมให้อุ้ม หม่ามี๊ก้อไม่รู้ว่าทำไมจนหนูกัดหม่ามี๊ๆ ก้อต้องวางหนูลง แต่พอหม่ามี๊เดินไปไหน หนูก้อเดินตาม พอหม่ามี๊จะหันไปอุ้มก้อไม่ยอมให้อุ้ม ตอนแรกหม่ามี๊คิดว่าหนูมีแผลรึเปล่าเลยไม่อยากให้อุ้ม แต่ไม่ใช่ เหมือนว่าหนูโกรธหม่ามี๊อยู่เลยไม่ยอมให้อุ้ม แต่หนูก้อยังเป็นหนูคือติดหม่ามี๊อยู่ดี เลยเดินตามหม่ามี๊ หม่ามี๊โดนกัดจนเหนื่อยเลยไม่ง้อหนูแล้ว
---------------------------------------------------
23 ก.ย. 2549 เวลาประมาณ 8 โมงเช้า

วันที่หม่ามี๊รู้จักคำว่าใจสลายเป็นยังไง

สิ่งที่หม่ามี๊รู้สึกผิดมาตลอดคือ ทำไมหม่ามี๊ไม่ทำให้ดีกว่านี้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกะหนู ทำไมถึงยอมให้หนูนอนนอกบ้านต่อไปทั้งที่หม่ามี๊กลับมาแล้ว คุณยายบอกว่าหนูมีเห็บให้เข้าห้องเด๋วจะไปวางไข่ ทำไมหม่ามี๊ไม่พาหนูไปหาหมอไปตรวจอะไรๆหลายอย่าง ทั้งๆที่กลับมาตั้งครึ่งปีแล้ว เพราะคำว่าขี้เกียจคำเดียว เพราะคิดว่าเด๋วค่อยไปก้อได้ กว่าจะรู้ว่าไม่มีคำว่า "พรุ่งนี้" อีกต่อไปมันก้อสายไปแล้ว อาทิตย์ก่อนหน้าวันนี้หม่ามี๊อาบน้ำให้หนู นั่งเป่าขนให้แห้งแล้วก้อตัดสังกะตังหนูที่มันพันเป็นก้อนตรงแผงอกซึ่งก้อนใหญ่มาก แล้วก้อเอาขนที่ตัดออกมาไปเผาทิ้ง ตอนนั้นหม่ามี๊มีลางสังหรณ์แปลกๆ แต่ก้อไม่อยากคิดไรมาก วันนั้นเรายังมานั่งเล่นกันหน้าบ้านอยู่เลย หม่ามี๊อุ้มหนูมาดูที่รถหม่ามี๊แล้วบอกว่าไว้จะพาหนูไปเที่ยวนะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีโอกาสนั้น ทั้งที่ๆหม่ามี๊เลือกรถคันนี้ก้อเพราะหนูแท้ๆ หม่ามี๊เปลี่ยนเบาะก้อเพราะเวลาที่หนูนั่งขนจะได้ไม่ไปติดเบาะให้เลอะเทอะ รู้สึกผิดมากมายจริงๆ
เมื่อก่อนหม่ามี๊เคยเกลียดข้อดีตัวเองที่ทำไมต้องความจำดีจำอะไรได้ทุกอย่างด้วยนะ ช่วงแรกหม่ามี๊ทำใจไม่ได้เลย ไม่ได้เลยจริงๆ ทุกอย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวตลอด แต่ตอนนี้หม่ามี๊ว่าดีแล้วแหละที่หม่ามี๊จำได้ เพราะหนูจะไม่มีวันที่ออกไปจากใจหม่ามี๊เลย จริงๆ

รักหนูมากๆ ขอบคุณเวลา 5 ปีครึ่งที่เราได้อยู่ด้วยกัน หม่ามี๊มีความสุขมากๆ หวังว่าหนูจะคิดเหมือนกัน

แล้วซักวันเราจะพบกันอีกนะ


ทำบุญ 9 วัด in BanGkok

  0 Comment Published 8:14 pm in Trip By --jinxx--

วันนี้วันเกิดพี่น้ำฝน เรามีนัดจะไปทำบุญกันค่ะ วันศุกร์พี่น้ำฝนก็ส่งแพลนคร่าวๆมาให้ดู เจ๋งมากเลย แต่โพสไม่ได้อ่ะมันเป็น powerpoint มีประโยชน์มั่กๆสำหรับคนที่คิดจะมาทำบุญแบบนี้ค่ะ

เรานัดกัน 8 โมงเช้า ไอ้ปุ๊กเป็นคนตรงต่อเวลาซะด้วย มาถึงยังไม่มีใครมาตามคาด เอาวะทำไงดี เข้าไปรอในวัดก่อนก้อไม่ได้ เพราะว่าวัดพระแก้วเปิด 8.30 น. ง่ะ

อากาศตอนเช้าที่บริสุทธิ์ แต่ไม่มีใครมาสัมผัสกะเรา
ไปไหนดีหว่า
มาที่นี่ละกัน

คือไม่ได้เข้ามานานมากๆแล้ว เดินมาที่สวนข้างใน เชื่อมั๊ยว่าอากาศมันเปลี่ยนไปจากข้างนอกมากมาย เย็นๆ บริสุทธิ์ และสงบอะ มานั่งนิ่งๆตามคนอื่นซักพัก น่าดีใจแทนเด็กศิลปากรที่มีสวนดีดี มีศิลปะสวยๆแบบนี้ (ธรรมศาสตร์ก้อมีสวนเหมือนกันนะ แต่ร้อนโคตร ใครจะไปนั่งวะ)

ตัวอย่างศิลปะดีดีที่หาดูได้ในรั้วศิลปากร

--------------------------------------------------------

ขอไม่เขียนดีเทลทั้งหมดละกันเด๋วจะดูซ้ำซ้อนกับใน Multiply สรุปว่าวัดที่เราไปในวันนี้ได้แก่

  1. วัดพระแก้ว
  2. ศาลหลักเมือง
  3. วัดโพธิ์
  4. ศาลเจ้าพ่อเสือ
  5. วัดมหรรณภาราม
  6. วัดเทพธิดาราม
  7. วัดราชนัดดาฯ
  8. วัดบรมบรรพต (ภูเขาทอง)
  9. วัดชนะสงคราม

ก็ถึงแม้ว่าจะผิดแผนไปบ้าง แต่ก้อ 9 วัดเหมือนกัน ทำบุญมันอยู่ที่ใจนี่นา เนอะ แล้วมาครั้งนี้ก้อทำให้เราได้เห็นข้อดีของใครหลายๆคนเพิ่มขึ้น ดีจังที่ได้มา วันนี้ไม่มีเค้กวันเกิดมีแต่บุญๆๆๆ อิ่มกันถ้วนหน้า


อนุโมทนา สาธุ ค๊า


ฝนตกจึ๊กจั๊ก ขัดใจๆ

  0 Comment Published 10:39 pm in Book By --jinxx--

วันนี้ตื่นมาพร้อมบรรยากาศฝนตกพรำๆ น่านอนต่อมั่กๆ แต่อารมณ์อยากไปข้างนอกค้างต่อมาจากเมื่อวานที่ดันขี้เกียจเองเลยออกไปได้ไกลแค่ปากซอย ทำให้เราลุกขึ้นมาดีกว่า นั่งเล่นเนตรอเวลาที่ฟ้าจะเป็นใจมากกว่านี้ได้ซักพักก้อโอละ เอาล่ะวะออกไปไหนดีหว่า ติ๊กต่อกๆ ปิ๊งๆ ไปจ่ายหนี้ที่เซ็นทรัลละกันดูออกแล้วมีประโยชน์กะชีวิตนิดนึง หนี้ของข้าพเจ้าที่ต้องเสด็จไปจ่ายเองมีดังนี้


  • ค่าบัตรเครดิต
  • ค่าโทรสับมือถือ
  • ค่าเนต
  • ค่าโทรสับบ้าน

นอกจากนี้แล้ว ก็แพลนไว้ว่าจะไปหาซื้อการ์ตูนมือสองเล่มที่มันหายๆไปให้มันครบชุดซักที อ่านแล้วขัดใจไงไม่รุ้เวลามันหายไปเล่มสองเล่มเนี่ย แล้วก็จะไปหาซื้อหนังสือของน้าชาติ ภิรมย์กุล ที่มันหายากม้ากก มากก จำได้ว่าเคยเห็นที่ร้านแพร่ฯอยู่ร้านเดียวแถมมีหลายเรื่องด้วย แต่ตอนนั้นที่ไม่ซื้อเยอะเพราะว่าซื้อร้านนี้แล้วมันไม่ลดซักบาท แถมปกก้อไม่ให้ แต่หลังจากไปทำ research ร้านหนังสือร้านอื่นมาก้อรู้แล้วว่าร้านอื่นมันไม่มีขาย ยอมง้อมันก้อได้ฟระ

มาถึงละ ไปเดินดูของข้างบนแปปนึง แล้วก้อไปจ่ายค่าโทรสับมือถือได้สำเร็จ เสร็จไปหนึ่งละ แล้วก็ต้องเดินไปอีกฟากนึงของห้างเพื่อไป True shop กะร้านแพร่ฯ แต่พอเห็นคนในร้าน True แล้วต๊อแต๊มากคนเยอะอิ๊บอ๋าย เปลี่ยนแผนมาจ่ายที่ซีพีวันอื่นก้อด้ายฟระ ชิชิ เข้าไปดูหนังสือร้านแพร่ฯต่อทันที แม่เจ้า มันดันเปลี่ยน Layout ในร้าน แล้วตูจะรู้มั๊ยว่าหนังสือมันไปอยู่ไหนแล้ว ก้อเดินหาอยู่พักนึงไปเจอหนังสือเล่มนึงชื่อ ผู้หญิงใจเล็ก (หารูปไม่เจอขอโทดที) หน้าตาคล้ายๆหนังสือการ์ตูน แปลมาจากของญี่ปุ่น เปิดเข้าไปอ่านมันก็น่าสนใจดีนะ แต่ดูราคาแล้ว 175 บาท ถามว่าแพงมั๊ย ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่พอคิดว่ามันแค่การ์ตูนมันก็ดูแพงขึ้นมาทันที ไม่เอาดีก่า เดินหาน้าชาติต่อ เดินอยู่ชาติก่าๆ หาไม่เจอซักที ถามคนขายก็ด้ะ คนขายพามาเจอเหลืออยู่แค่ 2 เรื่อง เรื่องนึงเรามีแล้ว หมดตัวเลือกเลยเนอะ เลยต้องซื้ออีกเรื่องมา

ตามกลิ่นกาแฟ

เป็นคนไม่กินกาแฟ (แล้วซื้อมาทำไมเนี่ย) แต่ว่าเพราะชอบเค้าอ่ะ ก้อมั่นใจว่ามันต้องสนุก ถึงเราอาจจะไม่อินเหมือนที่เค้าเขียนเรื่องปั๊กกะปอน (หมาปักกิ่งที่บ้านน้าชาติ) แต่น่าจะเป็นหนังสือที่รู้สึกคุ้มกะเงินที่เสียไป แล้วก็จริงๆซะด้วย ดีอ่ะ น่าเอาไปให้พี่บอนอ่านตามประสาคนชอบกินกาแฟ

ว่าแต่... ทำไมเมืองไทยถึงมีแต่ร้านกาแฟสด ทำไมถึงไม่มีร้านชา หรือคนประเทศนี้กินชาไม่เป็น หรือคนที่นี่ต้องทำอะไรตามกระแสเท่านั้น ไม่งั้นจะอยู่ไม่ได้ เวลาสั่งชาในร้านกาแฟทั้งหลาย เช่น Coffee world หรือ แบล็กแคนยอน รู้สึกเป็นลูกเมียน้อยทุกทีเลย เฮ้ออ บ่นไปแล้วได้ไรวะเนี่ย

เอาน่า เริ่มเย็นละไปเดินเล่นฝั่งนู้นดีก่า ชอบมาเดินที่นี่คนเดียวตอนเย็น เพราะของเยอะดี ถ้าตั้งใจจะซื้ออะไรต้องมาเดินคนเดียว เพราะเป็นคนเดินกะคนอื่นแล้วมักจะไม่ได้ของ โดยเฉพาะถ้าไอ้คนที่เราเดินด้วยมันเป็นเพื่อนผู้ชาย จะเกิดอาการเกรงใจมันทันที ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้ทำท่าเบื่อหน่ายอะไรเรา (ประมาณร้อนตัว แถมกดดันตัวเอง) หรือถ้าเป็นผู้หญิง ก้อจะมีแค่บางคนเท่านั้นที่เดินด้วยกันได้ เรื่องมากเนอะเรานี่ เป้าหมายแรกก้อต้องไปดูการ์ตูนที่ร้านมือสอง แต่ปรากฎว่า.... ร้านมันปิดว่ะ แม่เจ้าเอาอีกแล้ว เซ็งๆๆ ไปเดินดูของร้านก็ไม่ค่อยเปิดเท่าไหร่ สงสัยเพราะว่าฝนตกแน่ๆเลย ไปนั่งหาไรกินแล้วค่อยออกมาเดินใหม่ ได้ตุ้มหู (อีกแล้ว) มา 2 คู่ ตุ้มหูกะเรานี่สงสัยจะเป็นเนื้อคู่กันตั้งแต่ชาติปางก่อน เจอเป็นต้องซื้อๆๆ วันหลังเอามานั่งนับดีกว่าว่ามีกี่คู่แล้ว (น่าจะถึงร้อยนะ เดาเอา)

ตั้งใจตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านแล้วว่าจะไปซื้อหนมมาตุนไว้ แต่ถึงตอนนี้คิดใหม่อีกแล้วว่า ไว้ไปซื้อที่ท๊อปใต้ตึกก้อได้หนิเนอะ ทำไมต้องรีบซื้อ ซื้อไปก้อไม่ได้กินวันนี้อยู่ดี (ความจิงหาข้ออ้าง ขี้เกียจเดินแล้ว) กลับบ้านๆ

..... แล้วยังไงล่ะ ค่าบัตรเครดิตก็ลืมจ่ายสิคะ แม่เจ้า ทำไมขี้ลืมยังงี้ ต้องไปจ่ายที่ทำงานอีกแล้ว แง้ๆ จะมีเวลามั๊ยเนี่ย

สรุป Mission วันนี้ Success ไป 2 เรื่อง (ค่าโทรสับมือถือ กะหนังสือน้าชาติ) ที่เหลือ Fail -_-"

กลับบ้านมา search หาหนังสือน้าชาติต่อในเนต เข้าไปใน webboard ของมติชน เจอหัวข้อนึงเขียนว่า ร้องไห้จนเหนื่อย เข้าไปดูน้าชาติมาโพสเอง บอกว่า ปอนตายแล้ว.....อึ้งอ่ะ อารมณ์ตอนนั้นเหมือนจิตหลุดไปพักนึง เหมือนกลับไปตอนนั้น อินไปด้วยจริงๆ ถึงว่าจะไม่ได้รุ้จักหรือเคยเห็นปอนตัวเป็นๆ แต่อ่านจากที่น้าชาติเขียนถึงหลายเล่มอยู่ก็อดจะไปผูกพันกะเขามั่งไม่ได้ แล้วก็นึกถึงตัวเองด้วย น้าชาติบอกว่าร้องไห้จนเหนื่อย เข้าใจเลยอ่ะว่ามันเป็นยังไง อ่านคอมเม้นท์ล่างๆลงมาน้าชาติบอกว่าปอนกะปั๊กเป็นโรคหัวใจโต โรคนี้เป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่กิสโม่ก็อาจจะเป็นโรคนี้เหมือนกันก็ได้ เฮ้อ เศร้าอ่ะ

กะลังหลุดๆอยู่ก้อมีโทรสับสายนึงโทรเข้ามา กลับมาสู่โลกแห่งความจิงเลยแต่ก้อแอบมึนๆอยู่เลยพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องไปบ้าง ต้องขออภัยคนโทรมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

เขียนไรเนี่ยย๊าว ยาว พอเถอะ ไปนอนดีกว่า

..พักนี้ ปวดหัวบ่อยๆ วันนี้ก้อปวด แถมตาชอบพร่า เหมือนเวลาอ่านหนังสือแล้วจะเบลอๆ กลัวจะสายตาสั้น แต่ตอนที่ไปตรวจสุขภาพหมอบอกว่าสายตาปกติดี เป็นไรมากป่าววะตู แง๊


คำคมจากหนัง

  0 Comment Published 12:25 am in Cool , Movie By --jinxx--

เมื่อกี้นี้เข้าไปเล่นในพันธ์ทิพย์เพื่อหาข้อมูลอะไรบางอย่าง แต่ดันมาเจอกระทู้นึงที่น่าสนใจ คุณคนโพสเค้าขอให้มาโพสคำคมจากหนังที่เราๆท่านๆประทับใจ ชอบอะไรประมาณนี้อยู่แล้วเลยแวะเข้าไปซะหน่อย เข้าไปดูได้ตามลิ้งค์นะค้าบ บางอันก้อเคยได้ยินแล้ว บางอันก้อไม่เคยรู้ ชอบอ่ะแต่ก้อกลัวมันจะหายไปเลยขออนุญาตมาแปะไว้ตรงนี้ บางส่วนละกันนะ

  • "ถ้าเราเจอสิ่งที่ชอบแล้วไม่จำเป็นต้องหาอีก" - เฉิ่ม (ซื่อๆ แต่จริงใจ)

  • "Love means never having to say you're sorry" - Love Story

  • "Everybody wants to be found" - Lost in translation

  • "I can't remember to forget you" - Momento

  • "A life full of love ...is a life full of meaning" - Memories of Matsuko

  • "I'm not a smart man but I know what love is" - Forrest Gump (ปกติได้ยินประโยคอื่นจากเรื่องนี้)

  • "When I realize I want to spend the rest of my life with somebody I want the rest of my life to start as soon as possible" - When Harry Met Sally (ฮิ้ววววววววววว)

  • Mark: With any luck, by next year - I'll be going out with one of these girls.

[shows pictures of beautiful supermodels]

Mark: But for now, let me say - Without hope or agenda - Just because it's Christmas -And at Christmas you tell the truth - To me, you are perfect - And my wasted heart will love you - Until you look like this [picture of a mummy]

Mark: Merry Christmas - Love Actually (สุดยอดหนังรักที่เราชอบมากเรื่องนึง ชอบคนนี้ด้วย หุหุ)

  • "If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with" - Indecent Proposal (ก้อคงจะจริง)

  • ''I'm just a girl standing in front of a boy, asking him to love her'' - Notting Hill

  • "Don't stop loving someone because you are angry, because one day you will woke up from that anger, and find out that the person you love is not there anymore" - Dawson's Creek

  • "This is a Book !!" - ฮ่าๆ จำได้มั๊ยว่าเรื่องอะราย

ความจริงเจออีกเยอะแยะมากมาย แต่โพสมากๆมันเอียนนะว่ามั๊ย ชอบอันไหนกันมั่งอ่ะ เราเองชอบหลายอันอยู่ ที่เขียนมาทั้งหมดก้อชอบทุกอันแหละ เด๋วไปหาต่อในเมล์ก่อนจำได้ว่าเคยมีคนส่งมาให้ ว่างๆจะมาต่อนะจ้ะ


the Return of my King

  0 Comment Published 9:16 pm in Work By --jinxx--

As mentioned, my king, my ex-boss or you could say P'Jeep, has backed as our consultant with 2 days-a-week working time. He gonna start next week but today he came for having lunch with us....Anyway, some of my colleague asked me about how my boss feel about this thing? I said I dunno but like everyone think.. he should feel something...I dun wanna guess. For me, I feel happy for sure, he could turn our working method back into the systematic as before and that's good thing for da company. At da same time, I feel sorry for him to be forced to back here to solve da rubbish problems he hasn't done. Six-months he left is not so short but it's so long that many problems can happen.

Sorry for you and welcome back.


รถกลับมาแย้ววว

  1 Comment Published 10:10 pm in By --jinxx--

ตามหัวข้อค๊า รถกลับมาแล้ววว เย้ เย ซ่อมกันชนแค่นี้เอาไปดองตั้ง 17 วัน (แอบเคือง) ตอนแรกจาได้พรุ่งนี้ แต่เมื่อเย็นพ่อโทรมาบอกว่า เด๋วเย็นนี้ให้คนเอามาให้ที่บ้าน ว้า เลยอดใช้งานเฮียเรยยย หุหุ (เป็นไรมากป่าวเนี่ยเรา ชอบไปใช้เค้า ฮ่าๆ)

++++++++++++++++++++++++

วันก่อนฝันประหลาดๆ ฝันว่ากลับไปที่อังกฤษ แล้วก็ไปเมืองๆนึงที่เราไม่เคยไปมาก่อนแน่ๆ จำชื่อเมืองไม่ได้แล้ว รุ้แต่ว่าลงใต้ไป ไปหาเพื่อนคนนึง ซึ่งความเป็นจิงก้อไม่ได้สนิทอะไรกะคนนี้เลย ในฝันคือประมาณว่าเราต้องมาเรียนที่ยูนึง ซึ่งเราไม่อยากไปโดนบังคับมา เลยมาหาให้ยูของเพื่อนช่วย แล้วสรุปว่าทางยูเพื่อนจะซื้อตัว 200 ปอนด์ ให้มาอยู่นี่ (มีเป็นตัวเลขด้วยนะ ใครอยากตีหวยเชิญตามสบาย อิอิ) พอคุยอะไรกันเสร็จแล้ว เราก้อประมาณว่าต้องกลับเมืองตัวเอง ก็ไปซื้อตั๋วขึ้นรถไฟ ก้อโดนถามอะไรมากมายไม่รุ้ซึ่งปกติในความเป็นจิงเค้าไม่ถามอ่ะ แล้วตลอดเวลาที่ฝันคือฝันเป็นภาษาอังกิตคับพี่น้องคับ !! กรูเป็นไรมากป่าวเนี่ย และกว่าจะรู้ว่านี่ฝันก้อเมื่อตื่นอ้ะ ตื่นแล้วก้อกลับมาคิดว่าทำไมถึงฝันแบบนี้ ก้อพอเดาได้อ่ะนะว่าทำไม แต่ไม่คิดว่าจะขนาดกลายเป็นฝันไป สงสัยจะคิดมากไปเครียดมากไปหน่อย แต่เราก้อหวังว่าความเครียดมันจะหายไปเร็วๆนี้เพราะมีนกกระสาคาบข่าวที่ดูเหมือนจะดีมาบอกเราอย่างนึง ซึ่งต้องรอลุ้นต่อไป :)

++++++++++++++++++++++++++

เก็บตกอีกเรื่อง วันนี้ไปทำบุญโลงศพมา ทำแล้วสบายใจดี มาวัดนี้ก้อคิดถึงบางอย่าง ยิ่งเป็นเดือนนี้ด้วยแล้ว อ่อนไหว sensitive มากมายอ่ะ จะทำบุญให้มากๆเพื่อเราจะได้เจอกันใหม่นะ


TU Graduations

  0 Comment Published 9:18 pm in By --jinxx--

Going to TU with ma Mom to Tod's graduation....I'm too lazy to take a photo for my bro, so let's his little sis and his girl do it nor eiei :P
With ma new hair-cut... not different hor??
but I like it na Yeah Yeah!!


Older Posts | Newer Posts

Categories

  • Book (7)
  • Cool (12)
  • Craft (6)
  • DoG (2)
  • Expirence (26)
  • Gizmo (8)
  • Hobby (7)
  • Korea (2)
  • Movie (14)
  • nu Jinxx (5)
  • Party (10)
  • Perception (15)
  • Quilt and Patchwork (4)
  • quiz (5)
  • Review Make up/ Skin Care (3)
  • Shopping (7)
  • Sick (6)
  • Song (23)
  • Sumo (15)
  • Toy (1)
  • Trip (29)
  • Work (17)
lemon law

Blog Archive

  • ► 2009 (10)
    • ► August (1)
    • ► April (1)
    • ► March (7)
    • ► February (1)
  • ► 2008 (68)
    • ► December (2)
    • ► October (2)
    • ► August (6)
    • ► July (4)
    • ► June (4)
    • ► May (6)
    • ► April (6)
    • ► March (9)
    • ► February (15)
    • ► January (14)
  • ▼ 2007 (105)
    • ► December (12)
    • ► November (11)
    • ► October (8)
    • ▼ September (8)
      • เปื่อยมากก
      • In Farewell to Gizmo, SorroW for tOdaY
      • ทำบุญ 9 วัด in BanGkok
      • ฝนตกจึ๊กจั๊ก ขัดใจๆ
      • คำคมจากหนัง
      • the Return of my King
      • รถกลับมาแย้ววว
      • TU Graduations
    • ► August (10)
    • ► July (16)
    • ► June (8)
    • ► May (4)
    • ► April (6)
    • ► March (7)
    • ► February (9)
    • ► January (6)
  • ► 2006 (33)
    • ► December (7)
    • ► November (12)
    • ► October (14)


iPhone blogger template #2 based on iPhone Theme by Jack Book
RSS Entries and RSS Comments