It's been a long and winding journey, but i'm finally here tonight
Picking up the pieces, and walking back into the light
Into the sunset of your glory, where my heart and future lies
There's nothing like that feeling, when i look into your eyes...
My dreams came true, when i found you
I found you, my miracle...
If you could see, what i see, that you're the answer to my prayers
And if you could feel, the tenderness i feel
You would know, it would be clear, that angels brought me here...
Standing here before you, feels like i've been born again
Every breath is your love, every heartbeat speaks your name...
My dreams came true, right here in front of you
My miracle...
If you could see, what i see, you're the answer to my prayers
And if you could feel, the tenderness i feel
You would know, it would be clear, that angels brought me here...
Brought me here to be with you,I'll be forever grateful (oh forever Faithful)
My dreams came true
When I found you
My miracle...
If you could see, what i see, you're the answer to my prayers
And if you could feel, the tenderness i feel
You would know, it would be clear, that angels brought me here...
Yes they brought me here...If you could feel, the tenderness i feel...
You would know, it would be clear, that angels brought me here...
This song is for you, my dear.
Feel confused like I'm in a maze. Why can't I find the way out for myself? The more sth. happens, the more I feel so lost. Dun wanna depressed like this but how can I do? Speak it out may not da best way if I get da unexpected feedback. Pretend to be strong is easy but not forever....
just waiting, when......
......
Please God bless me...
before too late.
ติ๊กต่อกๆ
จิงๆราคานี้สำหรับเราก้อเฉยๆนะ ไม่ค่อยชอบใส่เสื้อแบบนี้เท่าไหร่ คือมีอยู่บ้างเหมือนกัน แต่พวกที่ทำขายข้างนอกเวลาใส่แล้วมันจะปลายบานๆออก แต่ตัวนี้ไม่เป็น ก้อเลยโออ่ะ

จะรอดไปได้ยังไง
รู้สึกชีวิตกลวงๆยังไงบอกไม่ถูก เหมือนแบบร่างกายต้องขยับตามความเคยชินแต่ข้างในดูกลวงๆ อย่างว่าแหละสิ่งเดียวที่เราทำได้คือการควบคุมตัวเอง ส่วนปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ วันนี้ได้เมล์มาฉบับนึงอ่านแล้วก้อขัดใจ ในโลกที่เอาความรุ้สึกของคนใดคนนึงมาเป็นมาตรฐานวัดชีวิตคน มันควรจะเลือกคนวัดให้ดีก่อน... ไม่ใช่หรอ ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะไม่ใช่ว่าเราทำงานเพื่อบริษัท แต่เป็นทำงานเพื่อใครหรือเพื่อตัวเอง เราคนนึงที่มีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ทำงานเพื่อใครถ้าคนนั้นไม่ได้มีสายตามองประโยชน์ส่วนรวมมากว่าส่วนตัว แต่เมล์วันนี้ก้อแค่เป็นการย้ำสิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าที่นี่ทำงานด้วยปากถึงจะได้ดี มันคงไม่รู้สึกอะไรมากถ้าใครคนนั้นไม่มาทำเป็นสอนเราว่าต้องมี account ใหม่ๆเพื่อที่จะได้มีเหตุผลในการโปรโมต บลาๆๆๆ โธ่เอ๊ย ก่อนจะมาบอกคนอื่นช่วยถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกันนี้ก่อนเถอะว่าตัวเองทำอะไรบ้าง ของมันรู้อยู่แก่ใจ พอถึงเวลาที่ตัวเองดันยอดไม่ถึงก้อจะมาบีบให้คนอื่นช่วย อย่าคิดว่าคนอื่นโง่มาก พูดกันตรงๆก้อได้ อย่ามาโยนขี้ให้คนอื่น โตๆกันแล้ว
ตอนบ่ายได้ออกไปข้างนอกทำเทสแทนพี่บอน ทั้งๆที่ไม่รุ้เรื่องราวก่อนหน้ามาก่อน ก้อดีไม่ได้ออกมานานแล้ว แต่ก้อแปลว่างานตัวเองก้อไม่ได้ทำเหมือนกัน เราไม่รุ้หรอกว่าทำไมเราต้องมา แค่ไอทีอยากให้ BD ไปด้วยก้อเลยต้องมา แต่พอมาก้อว่าดีแล้วล่ะที่มาเพราะท่านทั้งหลายคิดวิธีเทสกันแบบทื่อๆจิงๆ กลายเป็นว่าเราต้องคิดเงื่อนไขเทสให้เค้าซะงั้น ซึ่งก้อทำให้เจอ Bug มหาศาลดี ทั้งตัวโปรแกรมเองและ Human error ซึ่งไอทีก้อบอกว่าจะกลับไปเช็คใหม่
เรื่องของเรื่องคือ เรารู้สึกว่าทำไมคนเด๋วนี้มันไม่ค่อยรอบคอบเลย เมื่อก่อนเค้าจะบอกว่าคนเรียนสายวิทย์มักจะคิดอะไรเป็น logic มากกว่าคนสายศิลป์ ตอนนี้เราว่ามันไม่เกี่ยวแล้วอ่ะ มันอยู่ที่หลายๆอย่าง ถ้าที่บ้านที่โรงเรียนหรือสังคมรอบข้างไม่ปลูกฝังมันก้อคงยาก เวลามันผ่านไปเรื่อยๆ คนเรามันก้อร่างกายโตไปเรื่อยๆเหมือนกัน แต่ถ้าใจเราไม่โตไปด้วย อนาคตของชาติจะเป็นยังไงเนี่ย
ตั้งแต่อยู่อังกฤษจนถึงวันนี้ ทำให้โลกของเราเปิดกว้างมากขึ้น เจอคนหลายๆแบบมากขึ้น รู้สึกขอบคุณพ่อกับคุณยายและที่บ้านมากๆที่คอยว่าเราบ่อยๆ ตอนเด็กๆพ่อปุ๊กจะด่าว่าชุ่ยเสมอ ทั้งๆที่มันคงดูไม่มีอะไรในสายตาคนอื่น ขอบคุณที่จ้ำจี้จ้ำไชให้เราทำอะไรเป็นในหลายๆอย่าง สิ่งที่มีค่าที่สุดคือการสอนให้เราอยู่ด้วยตัวเองได้ เพราะในที่สุดเค้าก้อไม่ได้อยู่กะเราไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว
ที่บ่นๆมาไม่ได้มีอะไร แค่เป็นห่วงแทนคนอื่น เป็นห่วงอนาคตของชาติ ซึ่งความจริงเราก้อคงไม่มีสิทธิ์ไปคิดแทนคนอื่นได้อยู่แล้วล่ะ อย่างที่บอกตอนต้นว่า บางทีการทำอะไรได้ดีมันอาจจะสู้คนที่มีปากเป็นอาวุธไม่ได้ในโลกเบี้ยวๆใบนี้.... ยอมให้เป็นแบบนี้มันก้อได้ คิดสั้นดี เอาแต่ตัวเองรอด แต่ถ้าทุกคนคิดแบบนี้กันหมด จะเป็นยังไงลองมองดีๆ
บ่นพอแล้ว วันนี้ตอนขับรถกลับบ้าน มองไปที่รถเมล์ลิบๆหน้ารถเรา เห็นจอทีวีด้วย แม่เจ้า ถ้าขึ้นราคาแล้วปรับปรุงติดทีวีให้ดูอย่างงี้ทุกคันก้อดีดิ นี้คือสาย 542 ที่เมื่อก่อนเรานั่งไปเซ็นทรัลได้ เมื่อก่อนสายดีก้อดีกว่าสายอื่นอยู่แล้วตรงที่เปิดเพลงให้คนขึ้นฟัง คราวติดจอทีวี 4 อันเลย สุดยอดว่ะ วันหลังต้องลองไปนั่งดูมั่งดีกว่า
มาอัพเดตชีวิตของหนูซูโม่ดีกว่า ตั้งกะมาอยู่ด้วยกันนี่ หนูซูโม่ก้อมีแววจะฉลาดหลายอย่างอยู่น้า เช่น รุ้ว่าต้องฉี่ อึ ในหนังสือพิมพ์ (ถึงแม้ว่าจะมีพลาดเป้าในบางครั้งบ้าง) จำเราได้แล้วว่าเป็นใคร ยืนสองขาได้ (แต่ยืนได้ซักพักจะหงายท้อง แบบว่าอ้วนง่ะ) ชอบเล่นของเล่น (ตรงนี้แหละที่ไม่เหมือนกิสโม่) นอนหลับลึกแบบว่าอุ้มไปยังไม่ตื่น แต่พอนอนเต็มที่แล้วจะคึกคักๆ รื้อของใหญ่เลย บางทีก้อชอบไปแทะสายไฟนู่นนี่ ต้องให้ดุประจำ (ตรงนี้กิสโม่ก้อไม่เป็น) ความจริงเราไม่ได้เอาซูโม่มาแทนกิสโม่อยู่แล้วล่ะ ของแบบนี้มันแทนกันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ยังไงความที่เป็นสายพันธ์เดียวกันก้อต้องมีส่วนที่เหมือนกันอยู่บ้าง เช่น เงียบพอกันเลย ชอบจริงๆ แต่วันนี้ได้ยินเสียงหนูซูโม่ดังๆครั้งแรกก้อเพราะว่าดันวิ่งตามพี่ทำงานบ้านจาออกไปข้างนอกแล้วประตูมันหนีบอ่ะ ร้องอื๊ดๆใหญ่เลย น่าฉงฉานจริงๆ แต่ว่าเช็คแล้วก้อปกติดีนะ ถ้าเจ็บก้อขอให้แข็งแรง หายไวๆนะจ้า
มาดูซิว่าว่างๆซูโม่ชอบทำอะราย ตามลิ้งค์เลยค่ะ
http://nujinxx.multiply.com/video/item/5
เมื่อวานไปหาหมอมา หมอส่องดูบอกว่าแผลยังเหลืออยู่จี๊ดนึง ต้องหยอดตาต่อไปเรื่อยๆนะ (เฮ้อ) แย่จังเลย
ว่าแต่การที่ต้องไปรอตรวจครึ่งชม ตรวจสามนาที แล้วต้องรอจ่ายตังอีกเกือบชั่วโมงนี่มันสมเหตุสมผลแล้วหรอ มันเป็นสิ่งที่ทางโรงพยาบาลควรต้องปรับปรุงรึเปล่า
รอจนเหนื่อยเลยไม่มีอารมณ์ไปไหนต่อ กลับบ้านดีกว่า
เปื่อยแบบช่วงเวลา lap กันซะด้วย อยู่ดีดีน้องตาที่ไม่เคยเป็นไรมาก่อน ก้ออยากจะไปหาหมอมั่ง พฤหัสที่แล้วก้อเจ้บตาเหมือนโดนไรทิ่ม ให้พี่ๆน้องๆที่ออฟฟิศช่วยกันดูก้อไม่มีอะไร พอวันศุกร์เท่านั้นแหละ ลืมตาไม่ขึ้นเลยคับพี่น้อง เจ็บมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่รุ้จะบอกไงดี ตาก้อแด๊งแดงงงเหมือนร้องไห้เป็นสายเลือด น้ำตาก้อไหลๆๆ โดนแสงก้อไม่ได้จะปวดมากกก (นี่กุเป็นผีดิบป่าวเนี่ย??) โชคดีมีคนมาหิ้วไปหาหมอ ขืนขับรถเองคงไม่ถึงโรงบาล คุณหมอบอกว่า ตาเป็นแผลแล้วก้อติดเชื้อได้ไงไม่รุ้ ก้อเลยอักเสบ แล้วก้อให้ยามาหยอดๆๆทุกชั่วโมงเลยมียาป้ายด้วย จะทำเป็นมั๊ยเนี่ย แล้วก้องดใช้ตา โดนแสงทุกอย่าง ก้อไม่อยากใช้อยู่หรอกเพราะว่ามันเจ็บมาก ความจิงอยากถ่ายรูปตาตัวเองเก็บไว้ แต่มันน่ากัวง่ะ แถมกล้องมันมีแสงเวลากดด้วยจะหาเรื่องใส่ตัวทำไมเนี่ย
ยาคุณหมอได้ผลดีนะ วันถัดมา ตาแดงลดลงเยอะมาก แต่ก้อยังเห็นว่าแดงอยู่เหมือนคนร้องไห้มา 5 วันเท่านั้นเอ๊งง (จากเมื่อก่อนอาจจะเหมือนร้องมาทั้งชีวิต) แล้วเราก้อหยุดๆๆจนถึงวันจันทร์ แต่เป็นการหยุดที่ขาดทุนมากๆ เพราะป่วยหนัก แถมไม่ได้ไปไหนวันเสาร์อาทิตย์ด้วย เซ็งมากๆ
เด๋วต้องไปตรวจอีกเป็นรอบที่ 3 เร็วๆนี้ แล้วจะมาเขียนต่อว่าเป็นไง
สรุปว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ จริงๆ เพิ่งอินจัดๆก้อช่วงนี้เหมือนกัน
ขออีกรอบ ดูแลตัวเองให้ดีทั้งกายและใจ สิ่งที่ทำยากแต่ควรจะทำ