ถึงกิสโม่
ครบรอบ 1 ปีที่เราจากกันแล้วนะ เร็วมากเลยอ่ะ ยังกะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี่เอง หม่ามี๊คิดถึงหนูมากกกกก มากซะจนบอกไม่ถูก วันนี้หม่ามี๊เลยนั่งรวบรวมรูปของหนูมาลงไว้ เราจะได้เห็นกันเวลาที่หม่ามี๊ไม่ได้อยู่บ้านไงลูก
---------------------------------------------------
11 เม.ย. 2544
วันนี้หม่ามี๊ไปรับหนูมาจากที่บ้านแถวปทุมธานี ความจิงเราเจอกันก่อนหน้านี้แล้วล่ะ ประมาณเดือนนึงก่อนหน้านี้ หม่ามี๊ไปดูตัวหนูกะพี่น้องที่บ้าน ไปนั่งคุยกะเจ้าของคนเก่าของหนู หม่ามี๊เห็นหนูแวปแรกก้อรู้เลยว่าต้องเป็นตัวนี้ ถึงแม้ว่าหนูจะดูง่วงๆซึมๆ ผิดกะพี่น้องก้อเถอะ ตอนแรกเจ้าของหนูจะให้เอาไปเลย แต่หม่ามี๊บอกว่าขอฝากไว้ก่อน เพราะอยากให้หนูได้อยู่แม่หมาจริงๆ นานๆหน่อย ได้กินนมเยอะๆ หนูจะได้แข็งแรงไงลูก ตอนนี้หนูประมาณเกือบ 2 เดือนแล้วล่ะ
รูปแรกของหนู ที่บ้านพจน์ หนูนั่งบนที่นั่งเปียโนกะเสื้อของน้องดา
รูปแรกไม่ชัด เอาใหม่ หน้าดุเชียว
ง่วง...นอนดีก่า
หนูชอบนอนหงายผึ่งลมมากก ท่าประจำตัวเลยนะ
หม่ามี๊เคยเอารูปนี้ไปลงเวปนึง แล้วมีคนมาโหวตให้หนูมากมาย หม่ามี๊ดีใจที่มีคนมาชอบหนูเยอะแยะเลย :D
---------------------------------------------------
กิสโม่ประมาณ 1 ขวบ
กิสโม่ประมาณ 1 ขวบ
ขอโทษจริงๆลูกที่ไม่รู้ว่าเราถ่ายรูปนี้กันเมื่อไหร่ เพราะอันนี้หม่ามี๊สแกนมาจากรูปถ่ายจริงๆ แต่เดาจากชุดหม่ามี๊แล้ว หนูน่าจะประมาณเกือบๆขวบแล้วล่ะ ตอนนั้นหนูไปส่งหนูที่ร้านอาบน้ำแล้วก้อมาเรียน เสร็จแล้วเพื่อนหม่ามี๊ไปรับหนูมาให้ที่มหาลัย เพื่อนหม่ามี๊กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เพราะว่าหนูน่ารัก นิ่งๆ ไม่โวยวาย หลังจากนั้นหม่ามี๊ก้อพาหนูมาเที่ยวที่มหาลัยบ่อยเนอะ จนหลังๆเพื่อนหม่ามี๊ต้องคอยดูหนูแทนหม่ามี๊บ้าง เวลาที่หม่ามี๊ขึ้นตึกข้างบนไปน่ะ พอหม่ามี๊กลับมา เพื่อนหม่ามี๊ก้อบอกว่า หนูนั่งหันหน้าไปทางที่หม่ามี๊ไป แล้วก้อรอๆๆๆอยู่อย่างนั้น ใครเรียกก้อไม่ไป โถ ลูกเอ้ยย
---------------------------------------------------
5 มี.ค. 2546

กิสโม่ 2 ขวบแล้วจ้า หน้าตาเริ่มโหดขึ้นเล็กน้อย หรือง่วงนอนก้อไม่รู้อ่ะ เพราะถ่ายตอนจะเที่ยงคืนแล้ว หม่ามี๊นอนไม่หลับ เลยลุกมาถ่ายรูปหนูอ่ะ เรานอนด้วยกันทุกวันเลยเนอะ ถ้าหม่ามี๊ยังไม่มาหนูก้อจะไม่ยอมนอน เป็นยังงี้จนหม่ามี๊ไม่กล้าไปนอนที่อื่นเลยอ่ะ จะดึกแค่ไหนก้อต้องกลับบ้านมาหาหนูไง นอนพร้อมกัน ตื่นก้อพร้อมกันเพราะหนูจะไม่ยอมไปไหนจนกว่าหม่ามี๊จะตื่นแล้วลงไปข้างล่างเหมือนกัน -_-!
---------------------------------------------------
กันยา 2546
อันนี้ก้อไม่รู้อีกแล้วว่าถ่ายเมื่อไหร่ เพราะมาจากกล้องธรรมดา แต่รูปนี้หนูหน้าตาดีเนอะ คุณยายแซวว่านี่ใครเนี่ย ?!? หุหุ
---------------------------------------------------
25 พ.ย. 2546
รูปนี้ก้อเหมือนกัน นอนไม่หลับเพราะหนูยุกยิกๆ ถ่ายรูปดีกว่า กิสโม่เป็นหมาประหลาดชอบมองกล้อง เป็นดาราใช่มั๊ยเนี่ยเรา
---------------------------------------------------
19 มี.ค. 2547
กิสโม่ 3 ขวบแล้วนะ ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลย น้ำหนักหนูค่อนข้างคงที่นะ ประมาณ 5- 5โลครึ่ง ตลอด แต่แค่นี้อุ้มนานๆหม่ามี๊ก็เมื่อยแล้วอ่ะ
---------------------------------------------------
24 พ.ค. 2547
วันนึงที่เรานอนไม่หลับกันอีกแล้ว หม่ามี๊อยากถ่ายรูปแบบ The Dog กะเค้ามั่ง เลยลองดู หนูก้อดีเนอะ ไม่หลบกล้องเลย จ้องตลอด ดีมากลูก
---------------------------------------------------
8 มิ.ย. 2547
เหมือนเดิม ชอบถ่ายรูปกันตอนดึกๆ ไม่หลับไม่นอน หน้าตาดูหาเรื่องดีอ่ะ ชอบบบ จำได้มั๊ยเวลาที่หม่ามี๊จะนอน หนูก็ชอบกระโดดมาเกาะขอบเตียง ถ้าหม่ามี๊ไม่สนใจก้อจะโดดอยู่ยังงั้นแหละ จนกว่าหม่ามี๊จะเอามือมาเกาหัวเกาพุงให้หนูนอนหลับ บางทีหม่ามี๊ก็ขี้เกียจไปล้างมือแล้ว นอนมันทั้งอย่างนั้นเลย ตื่นมาสิวก้อขึ้นเป็นประจำ -_-"
---------------------------------------------------
24 ก.ค. 2547
เพราะว่าหม่ามี๊ใกล้จะไปเรียนต่อแล้ว เราเลยไปเที่ยวบ้านที่เมืองกานกัน ความจิงเราไปกันบ่อยๆนะ แต่คราวนี้เพื่อนหม่ามี๊ไปด้วยเราเลยได้ถ่ายรูปกันเยอะหน่อย
ถ่ายตอนเช้าหน้าตาดูดุอีกแล้ว สงสัยคนที่หนูไม่ชอบจะยืนอยู่แถวนี้ อิอิ
มุมนี้ก้อดุ เง้อ


ถ่ายรูปหมู่กัน ทำไมไม่มองกล้องล่ะจ้า มองหม่ามี๊ทำไม (แล้วหม่ามี๊ก้อเข้าใจว่าที่เคยคิดว่าหนูมองกล้องความจิงแล้วหนูมองหม่ามี๊นี่เอง โธ่เอ๊ย!)
25 ก.ค. 2547
ถ่ายที่ระเบียงบ้านที่เมืองกาน ใครเนี่ยหล่อซะ ฮ่าๆๆๆ---------------------------------------------------
11 ส.ค. 2547
วันที่หม่ามี๊ต้องเดินทางไปเรียนต่อ จำได้ว่าคุณยายถ่ายรูปหม่ามี๊กะหนูให้ แต่ไม่รู้อยู่ไหน ใจนึงก้ออยากให้หนูไปส่งด้วย แต่ใจนึงก้อไม่อยาก กลัวทำใจไปไม่ได้ ก่อนหน้านี้ หม่ามี๊พยายามบอกหนูตลอดว่าหม่ามี๊จะไม่อยู่ระยะนึง แต่ก้ออดห่วงไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาจริงๆ และหนูก้อไม่เอาคนอื่นในบ้านด้วยเหมือนกัน จำใจไปหลังจากฝากฝังกะที่บ้าน ทั้งๆที่รู้ว่าคงไม่มีใครทำได้เหมือนหม่ามี๊ แต่หม่ามี๊ก้อต้องไป เข้าใจใช่มั๊ยลูก
---------------------------------------------------
26 ธ.ค. 2547
ไปได้ 4 เดือน หม่ามี๊ก้อเผ่นกลับบ้าน หลังจากที่ได้ยินจากคุณยายว่าหนูเปลี่ยนไป ซึมๆ อารมณ์เสีย นั่งรอหน้าบ้านตลอด จากที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่กลับจนกว่าจะเรียนจบ รีบซื้อตั๋วกลับทันที ถึงจะกลับมาได้แค่ 2 อาทิตย์ ก้อจะกลับมาหาหนูให้ได้ พอเราเจอกัน หนูดีใจมากๆ หม่ามี๊ก้อดีใจมากๆ เหมือนกัน เหมือนใครๆก้อกรอกหูหนูตลอดว่าหม่ามี๊ทิ้งหนู แต่หนูยังจำหม่ามี๊ได้ หม่ามี๊ดีใจมากๆ
2 อาทิตย์ที่กลับมา เสียดายที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เพราะหม่ามี๊ต้องออกไปซื้อของเพื่อเอากลับไปใช้ที่นู้นด้วย แต่ก็พยายามเต็มที่ที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆให้มากที่สุด
วันนี้มาเมืองกานมางานเปิดตลาดของญาติๆ หม่ามี๊ก้อพาหนูไปด้วย ใครๆก้ออยากมาเล่นกะหนู แต่หม่ามี๊ก้อไม่กล้าให้เล่นนานเพราะอารมณ์หนูตอนนี้แปรปรวนมาก ๆ ญาติหม่ามี๊ยังชมเลยว่าหนูน่ารัก ไม่ซน วางไว้ตรงไหนก้ออยู่ตรงนั้น (ถ้าหม่ามี๊อยู่ด้วย)
กลับบ้านมาถ่ายรูปเล่นกันดีก่า

น่ารักจิ๊งงงง ลูกใครเนี่ยยย
ถ่ายด้วยกันหน่อย


---------------------------------------------------
2 ม.ค. 2548

กลับมาที่กรุงเทพฯกันแล้ว พรุ่งนี้หม่ามี๊ต้องกลับไปอังกฤษแล้วล่ะ ทำไงดี กลัวคิดถึงจัด เลยถ่ายรูปไว้เต็มเลย จะได้ไว้ดูเวลาคิดถึงไง
ชอบทำหน้าเงี้ยเวลาหม่ามี๊ไปข้างนอก

คิดมากจนหนวดหงอกเลยนะลูก
---------------------------------------------------
เม.ย. 2548
หลังจากที่กลับมา ประโยคแรกที่หม่ามี๊จะพูดกะคุณยายตลอดคือ หนูเป็นไงบ้าง (ไม่เคยถามถึงคุณตาคุณยายเลย จนเค้าน้อยใจกันหมดแล้ว) คุณยายบอกว่าหนูสบายดี หม่ามี๊ก้อไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะจากคราวก่อนที่หม่ามี๊โทรไปถามว่าหนูเป็นอะไรรึเปล่า เพราะหม่ามี๊สังหรณ์ใจ คุณยายก้อบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ความจิงพอหม่ามี๊กลับมาค่อยเล่าให้ฟังว่า วันนั้นหนูโดนไอ้หม้อกัดที่หน้า เพราะไอ้หม้อเข้ามาในบ้าน แล้วหนูเข้าไปยืนขวางไว้ เลยโดนกัด ต้องพาไปหาหมอกัน แล้วหม่ามี๊ก้อโทรมาถามวันนั้นเลย คุณยายเลยกลัวว่าหม่ามี๊จะคิดมากเลยโกหกว่าไม่มีอะไร แต่ในใจคุณยายคือคิดว่า หม่ามี๊รู้ได้ยังไง ก้อเราอยู่ด้วยกันตลอด ทำไมจะมีจิตถึงกันไม่ได้ล่ะเนอะ หม่ามี๊บอกคุณยายว่าหม่ามี๊ฝันไม่ดีเกี่ยวกับหนู พอตื่นเลยโทรมาถาม คุณยายยังบอกว่าตอนไปหาหมอ หนูก้อไม่ยอมให้หมอดูแผลเลย ซึ่งปกติหนูจะกลัวหมอมากเวลาหม่ามี๊พาไปหาหมอ แต่พอคุณยายเรียกชื่อหม่ามี๊หนูก้อเลยเหลือบตาหันไปดู หมอก้อเลยดูแผลได้ ฟังแล้วอยากกลับไปจังเลย เหตุการณ์จากคราวนั้น หม่ามี๊เลยบอกให้คุณยายถ่ายรูปหนูส่งมาให้หม่ามี๊ดูหน่อย ซึ่งก้อได้สองรูปนี้มา
หลังจากที่กลับมา ประโยคแรกที่หม่ามี๊จะพูดกะคุณยายตลอดคือ หนูเป็นไงบ้าง (ไม่เคยถามถึงคุณตาคุณยายเลย จนเค้าน้อยใจกันหมดแล้ว) คุณยายบอกว่าหนูสบายดี หม่ามี๊ก้อไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะจากคราวก่อนที่หม่ามี๊โทรไปถามว่าหนูเป็นอะไรรึเปล่า เพราะหม่ามี๊สังหรณ์ใจ คุณยายก้อบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ความจิงพอหม่ามี๊กลับมาค่อยเล่าให้ฟังว่า วันนั้นหนูโดนไอ้หม้อกัดที่หน้า เพราะไอ้หม้อเข้ามาในบ้าน แล้วหนูเข้าไปยืนขวางไว้ เลยโดนกัด ต้องพาไปหาหมอกัน แล้วหม่ามี๊ก้อโทรมาถามวันนั้นเลย คุณยายเลยกลัวว่าหม่ามี๊จะคิดมากเลยโกหกว่าไม่มีอะไร แต่ในใจคุณยายคือคิดว่า หม่ามี๊รู้ได้ยังไง ก้อเราอยู่ด้วยกันตลอด ทำไมจะมีจิตถึงกันไม่ได้ล่ะเนอะ หม่ามี๊บอกคุณยายว่าหม่ามี๊ฝันไม่ดีเกี่ยวกับหนู พอตื่นเลยโทรมาถาม คุณยายยังบอกว่าตอนไปหาหมอ หนูก้อไม่ยอมให้หมอดูแผลเลย ซึ่งปกติหนูจะกลัวหมอมากเวลาหม่ามี๊พาไปหาหมอ แต่พอคุณยายเรียกชื่อหม่ามี๊หนูก้อเลยเหลือบตาหันไปดู หมอก้อเลยดูแผลได้ ฟังแล้วอยากกลับไปจังเลย เหตุการณ์จากคราวนั้น หม่ามี๊เลยบอกให้คุณยายถ่ายรูปหนูส่งมาให้หม่ามี๊ดูหน่อย ซึ่งก้อได้สองรูปนี้มา
หนู 4 ขวบแล้ว พอหม่ามี๊ไม่อยู่คุณตาคุณยายก้อไม่ยอมให้หนูอยู่ในบ้านด้วยอีก น่าสงสารจังเลย
คิดอะไรอยู่จ้ะ
---------------------------------------------------
ถือเป็นรูปสุดท้ายที่ได้ถ่ายไว้ เสียดายเนอะที่เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกัน มีคนบอกว่าถ่ายรูปกะสัตว์เลี้ยงตัวไหนมักจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่หม่ามี๊ว่าไม่จริงหรอก ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย หม่ามี๊ผิดเองลูกที่ขี้เกียจเกินไป จนบางครั้งเราพลาดอะไรๆที่น่าจะได้ทำด้วยกันตั้งเยอะแยะ
---------------------------------------------------28 ก.พ. 2549
หม่ามี๊กลับบ้านแล้ว ไม่กลับไปอีกแล้ว ตอนนี้กิสโม่ 5 ขวบแล้วนะเนี่ย แปลกดีที่เราเกิดวันใกล้ๆกัน หนูเกิด 21 หรือ 22 เดือนนี้แหละ หม่ามี๊เกิด 26 ไม่เจอกันปีนึงเต็มๆ กิสโม่จะจำหม่ามี๊ได้มั๊ยน้า พอเจอกันหนูยังจำหม่ามี๊ได้ล่ะ พอหม่ามี๊อุ้มหนูก้อร้องโวยวาย เหมือนที่หนูชอบทำเวลาที่หม่ามี๊ทิ้งหนูไปไหนซักแห่งนานๆ ทั้งที่ถ้าไม่เห็นหม่ามี๊หนูก้อจะนั่งของหนูเงียบๆไปเรื่อยๆ แต่คราวนี้ซักพักหนูดิ้นไม่ยอมให้อุ้ม หม่ามี๊ก้อไม่รู้ว่าทำไมจนหนูกัดหม่ามี๊ๆ ก้อต้องวางหนูลง แต่พอหม่ามี๊เดินไปไหน หนูก้อเดินตาม พอหม่ามี๊จะหันไปอุ้มก้อไม่ยอมให้อุ้ม ตอนแรกหม่ามี๊คิดว่าหนูมีแผลรึเปล่าเลยไม่อยากให้อุ้ม แต่ไม่ใช่ เหมือนว่าหนูโกรธหม่ามี๊อยู่เลยไม่ยอมให้อุ้ม แต่หนูก้อยังเป็นหนูคือติดหม่ามี๊อยู่ดี เลยเดินตามหม่ามี๊ หม่ามี๊โดนกัดจนเหนื่อยเลยไม่ง้อหนูแล้ว
---------------------------------------------------
---------------------------------------------------
23 ก.ย. 2549 เวลาประมาณ 8 โมงเช้า
วันที่หม่ามี๊รู้จักคำว่าใจสลายเป็นยังไง
สิ่งที่หม่ามี๊รู้สึกผิดมาตลอดคือ ทำไมหม่ามี๊ไม่ทำให้ดีกว่านี้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกะหนู ทำไมถึงยอมให้หนูนอนนอกบ้านต่อไปทั้งที่หม่ามี๊กลับมาแล้ว คุณยายบอกว่าหนูมีเห็บให้เข้าห้องเด๋วจะไปวางไข่ ทำไมหม่ามี๊ไม่พาหนูไปหาหมอไปตรวจอะไรๆหลายอย่าง ทั้งๆที่กลับมาตั้งครึ่งปีแล้ว เพราะคำว่าขี้เกียจคำเดียว เพราะคิดว่าเด๋วค่อยไปก้อได้ กว่าจะรู้ว่าไม่มีคำว่า "พรุ่งนี้" อีกต่อไปมันก้อสายไปแล้ว อาทิตย์ก่อนหน้าวันนี้หม่ามี๊อาบน้ำให้หนู นั่งเป่าขนให้แห้งแล้วก้อตัดสังกะตังหนูที่มันพันเป็นก้อนตรงแผงอกซึ่งก้อนใหญ่มาก แล้วก้อเอาขนที่ตัดออกมาไปเผาทิ้ง ตอนนั้นหม่ามี๊มีลางสังหรณ์แปลกๆ แต่ก้อไม่อยากคิดไรมาก วันนั้นเรายังมานั่งเล่นกันหน้าบ้านอยู่เลย หม่ามี๊อุ้มหนูมาดูที่รถหม่ามี๊แล้วบอกว่าไว้จะพาหนูไปเที่ยวนะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีโอกาสนั้น ทั้งที่ๆหม่ามี๊เลือกรถคันนี้ก้อเพราะหนูแท้ๆ หม่ามี๊เปลี่ยนเบาะก้อเพราะเวลาที่หนูนั่งขนจะได้ไม่ไปติดเบาะให้เลอะเทอะ รู้สึกผิดมากมายจริงๆ
เมื่อก่อนหม่ามี๊เคยเกลียดข้อดีตัวเองที่ทำไมต้องความจำดีจำอะไรได้ทุกอย่างด้วยนะ ช่วงแรกหม่ามี๊ทำใจไม่ได้เลย ไม่ได้เลยจริงๆ ทุกอย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวตลอด แต่ตอนนี้หม่ามี๊ว่าดีแล้วแหละที่หม่ามี๊จำได้ เพราะหนูจะไม่มีวันที่ออกไปจากใจหม่ามี๊เลย จริงๆ
รักหนูมากๆ ขอบคุณเวลา 5 ปีครึ่งที่เราได้อยู่ด้วยกัน หม่ามี๊มีความสุขมากๆ หวังว่าหนูจะคิดเหมือนกัน
แล้วซักวันเราจะพบกันอีกนะ
คิดถึงด้วยคน
จำได้ว่าห้ามจี๊ที่สีข้าง กิสโม่ไม่ชอบ
ตอนไปหาแกที่บ้าน ก็ชอบเข้ามาเล่นด้วย
julie