:: SeT mE fReE ::

~ Life is a journeY ~


ชีวิตจริง

  Published 7:02 pm in Perception By --jinxx--

เมื่อเช้าหลงทางเข้าไปใน webboard อันนึง ซึ่ง Topic ที่เค้าโพสกันอยู่เกี่ยวกับการนำเรื่องดีๆมาแบ่งปันกัน ก้อเลยใช้เวลาที่มีค่าในการทำงานอ่านซะ (นิสัยดีจิงๆเลยกรู) เรื่องส่วนใหญ่ก็จะเป็น Fact ในชีวิตประจำวัน ที่เราๆท่านๆน่าจะรู้กันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเคยเข้าใจหรือวิเคราะห์ชีวิตตัวเองรึเปล่า มีหลายเรื่องที่ดีมากๆ ขอยกตัวอย่างซัก 2 เรื่องละกัน ส่วนที่เหลือลองเข้าไปอ่านตามลิ้งค์ที่ใส่ไว้ข้างบนดูนะ

---------------------------------------------------------
เรื่องที่ 1 จากคุณเจ๊เองแหละ

เคยเสียใจกับบางสิ่งที่คิดจะทำ แต่ไม่ทันได้ทำ ก็ไม่มีโอกาสจะทำ หรือเปล่า
ถ้าไม่เคยคุณคือคนที่โชคดีมาก แต่ถ้าคุณเคย มีอีกหลายคนที่เข้าใจความรู้สึกคุณ
มันเป็นอะไรที่เสียใจไปตลอดชีวิต
เรื่องนี้อ่านเจอแล้วเห็นว่า มันอาจจะสะกิดให้ใครบางคน
กล้าที่จะทำอะไรในสิ่งที่อยากทำก่อนที่จะสายเกินไป

ในค่ำคืนที่อากาศค่อนข้างเย็นในฤดูหนาว ชายชราผู้หนึ่งเกิดอาการหัวใจวายอย่างกระทันหัน
ทันทีที่เขาถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของรัฐ
เขาทราบได้เท่าที่หมอที่รักษาเขาทราบ ว่าโอกาสที่จะมองโลกใบนี้คงเหลือน้อยเต็มที
ความรู้สึกหนึ่งที่รบกวนจิตใจเขามาตลอด บัดนี้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง
เค้าพยายามขอร้องพยาบาลให้โทรศัพท์หาลูกสาวคนเดียวของเขา
"ผมอยู่คนเดียว และเธอก็เป็นญาติคนเดียวที่ผมมี"
ลูกสาวของชายคนนั้นเมื่อรับทราบข่าว เธอตกใจมาก เธอพูดด้วยเสียงอันดังว่า
"ปล่อยให้พ่อตายไม่ได้นะ ฉันทะเลาะกับพ่อเมื่อเกือบปีที่แล้ว ฉันยังไม่ได้พบหรือขอโทษพ่อเลย
คำพูดสุดท้ายที่ฉันบอกพ่อคือ ฉันเกลียดพ่อ ได้โปรดเถอะ ฉันอยากจะขอโทษพ่อฉัน "
ลูกสาวร้องไห้ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า "ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันจะไปถึงในสามสิบนาทีนี้ค่ะ"
คนเจ็บอาการทรุดจนหัวใจหยุดเต้น พยาบาลได้แต่สวดภาวนา
"โอ พระเจ้า ลูกสาวของเขากำลังมา ขออย่าให้เรื่องทั้งหมดจบแบบนี้เลย ขอให้ลูกสาวมาทันพูดกับเขาเถอะ"
แต่ความพยายามของคณะแพทย์ที่จะปั๊มหัวใจเพื่อยืดเวลาของคนไข้ออกไป กลับไร้ผล
เมื่อลูกสาวมาถึง พยาบาลเห็นแพทย์คนหนึ่งกำลังพูดกับลูกสาวของคนไข้อยู่นอกห้อง
เธอเห็นความเจ็บปวดบนใบหน้านั้น พยาบาลเข้าไปปลอบใจ และได้แต่บอกว่า
"ดิฉันเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี่ค่ะ" ลูกสาวตอบว่า
"ฉันไม่เคยเกลียดพ่อ คุณรู้ไหมค่ะ ฉันรักพ่อจริงๆมาตลอด ฉันอยากพูดให้พ่อได้ยินว่าฉันรักพ่อ
กรุณาให้ฉันได้พบพ่อด้วยเถอะค่ะ" พยาบาลนำเธอไปยังห้องผู้ป่วย
ลูกสาวเดินไปที่เตียง ทันทีที่เธอเห็นร่างเขา เธอซบหน้าลงที่อก น้ำตาพรั่งพรูลงบนหน้าอกที่ไม่กระเพื่อม
ขณะที่เธอกล่าวคำลาพ่อผู้จากไปของเธอ สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือให้เขาได้รับรู้จากปากเธอว่าเธอรักเขา
เธอรักพ่อของเธอ พยาบาลพยายามที่จะไม่มองการร่ำลาที่แสนเศร้านี้
ขณะที่หันกายกลับไป กลับพบกระดาษโน้ตชิ้นหนึ่งข้างเตียงคนไข้
พยาบาลหยิบขึ้นมาอ่านและพบข้อความว่า
"ลูกรักของพ่อ พ่ออยากจะบอกลูกว่า พ่อให้อภัยแก่ลูกเสมอ
พ่อภาวนาให้ลูกให้อภัยแก่พ่อเหมือนกัน พ่อรู้ว่าลูกรักพ่อ และรู้ว่าลูกก็รู้ว่าพ่อรักลูกเหมือนกัน ลาก่อนลูกรักของพ่อ"

คนเรามักไม่กระตือรือล้นที่จะทำในสิ่งที่ความรู้สึกแท้จริงต้องการจะทำ
ตราบจนเมื่อไม่มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำคุณจึงเริ่มรู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ในใจคุณ
ถ้าวันนี้คุณเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง รู้ว่าคุณต้องการจะแสดงความรักกับใครซักคนหนึ่งที่คุณรัก
คุณเป็นคนโชคดีที่รู้จักตัวเองก่อนจะสาย คุณมีเวลามากพอที่จะทำในสิ่งที่อยากจะทำ
อย่าปล่อยให้เวลาของคุณผ่านไป จนกระทั่งความรู้สึกสุดท้ายที่เข้ามาแทนคือความเสียใจ

-----------------------------------------------------------

เรื่องนี้โดนชีวิตจริงข้าพเจ้า รู้กันอยู่ว่าเรารักหมาเหมือนรักลูก (ใครไม่เลี้ยงอาจจะไม่เข้าใจ แต่ไม่เป็นไรเรามั่นใจว่าหมาเรารู้สึกได้ว่าเราคิดยังไง) ตอนที่หมูหยองตาย หัวเราก็จะวนเวียนอยู่แต่ว่าทำไมถึงไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้ว่ามันไม่สบาย ทำไมไม่ค่อยสนใจมันเท่าที่ควร ทำไมเดินเข้าบ้านแล้วมักจะเดินผ่านมันไปแล้วก็คิดในใจว่า เอาไว้ก่อนเด๋วค่อยเล่นด้วยกันก็ได้ ทำไมๆและทำไม เป็นอยู่อย่างงี้

เวลาผ่านไป แล้วถึงตอนลูกสุดที่รักเราตายอีกตัว ด้วยความที่รักมากก็จะมีความกลัวมากอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่วันนี้จะมาถึง แล้วฉันจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเธอ แค่คิดเฉยๆยังน้ำตาไหล พอวันนั้นมันมาถึงจริงๆ คำว่าใจสลายเป็นยังไงเข้าใจทันที แล้วความรู้สึกนั้นมันก็กลับมาอีกแล้วว่า ทำไมไม่รอ ทำไมไม่ลา รู้ทั้งรู้ว่ามันแปลกไปแต่ทำไมถึงไม่พาไปหาหมอ ทำไมถึงคิดว่าไม่เป็นไร รู้ยังงี้เมื่อคืนลงมาอยู่ด้วยกันก้อคงดี ทำไมเรายังไม่ได้พาลูกออกไปไหนเลยทั้งๆที่กลับมาตั้งนานแล้ว ที่เลวร้ายกว่าคือไม่ว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน มันจะเห็นเป็นภาพที่เราเคยมีกันซ้อนๆขึ้นมา ซึ่งยิ่งจะทำให้รู้ว่าเรารักลูกมากแค่ไหน จนวันนี้ ถึงจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่ความรู้สึกผิด ความเสียใจไม่เคยหายไปซักที ถามว่ายังอยู่ได้มั๊ย ก็ตอบว่าอยู่ได้ ทั้งๆที่เคยคิดว่าเราคงเสียใจมากจนอาจจะตาย ความจิงก็คือเรายังมีชีวิตอยู่ แต่คงไม่มีใครอยากอยู่แบบมีความรู้สึกมีอะไรติดค้างในใจตลอดไป

เมื่อเวลาสูญเสียสิ่งที่รักไปอย่างกระทันหัน เราก้อมักจะมาเสียใจว่าถ้าตอนนั้นเรารู้ตัวเร็วกว่านี้ก็คงไม่เป็นอย่างงี้ หรือถ้าเราทำดีให้เค้ามากกว่านี้ เค้าก็อาจจะมีความสุขมากกว่านี้ เราคงไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่ามีโอกาสทำไมไม่ทำ แต่ก้อนะ รู้ทั้งรู้ บางครั้งเราก้อยังทำให้ประวิติศาสตร์มันซ้ำรอย แต่ยังโชคดีที่การมองย้อนกลับไปดูตัวเราเองทำให้วันนี้เรารู้แล้วว่าอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง อย่าคิดว่าเด๋วพรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ เพราะมันอาจจะไม่มีพรุ่งนี้ให้แก้ตัว (เอ๊ะ ทำไมคุ้นๆเหมือนชื่อเพลง)

------------------------------------------------------------------------
เรื่องที่ 2 จากคุณป๋อม

มีชายคนหนึ่ง รักผู้หญิงสองคนพร้อม ๆ กัน และไม่รู้ว่ารักใครมากกว่ากัน (เอ๊ะ เรื่องนี้ก็คุ้นๆอีกแล้ว)
มีคนสอนว่า เมื่อคุณมีเรื่องสุขใจ ใครกันเล่า เป็นคนแรกที่คุณคิดจะบอก ?
คนที่คุณคิดถึงก่อนคนแรก แท้จริงคือ คนที่คุณรักมากกว่า(หน่อย)

ไม่.. นี่ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะพิสูจน์ความรัก
เวลาที่คุณมีเรื่องทุกข์ใจ ใครกันเล่าที่คุณคิดถึงก่อน?

คนที่คุณคิดถึงก่อน นั่นแหละคือ คนที่คุณรักมากกว่า
หากคนที่คุณคิดถึงก่อน ทั้งเวลาสุขและทุกข์ คือคน ๆ เดียวกัน นั่นคือสิ่งที่วิเศษสุด แต่หากว่า เป็นคนละคนกัน เราแนะนำ ให้คุณเลือกคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณ เวลาคุณมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ

เพราะชีวิตคนเราทุกข์มากกว่าสุข เวลาคุณมีความสุข มีคนมากมาย ที่พร้อมจะแบ่งปันความสุขกับคุณ ไม่เพียง แต่เฉพาะแฟนสุดที่รัก แม้กระทั่งเวลามีความสุข คุณยัง สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ แต่ไม่ใช่จะทุกคน ที่พร้อมจะแบ่งปันความทุกข์ของคุณ แต่คนที่คุณพร้อมแบ่งปันความทุกข์ด้วยแท้จริง คือคนที่คุณต้องการมากที่สุด และอยากอยู่ใกล้ชิดมากที่สุด

ในทางกลับกัน คนที่คิดถึงคุณ เวลาคุณมีความสุข และไปหาผู้อื่นเวลาคุณมีความทุกข์ เป็นคู่รักที่ไม่มั่นคงเอาเสียเลย เพราะเขาคนนั้น ไม่คิดจะให้คุณเป็นคู่รัก ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยตลอดชีวิต เราคงดีใจ ถ้าหากคนที่เรารัก คิดถึงเราก่อน ในเวลาที่เขามีความสุข และอยากอยู่ใกล้ชิดเรา เวลาที่เขามีความทุกข์ เขาพร้อมให้เราเห็นตัวเขา ในสภาพที่เขาอ่อนแอ ทุกข์ร้อน เราเชื่อว่า เราต้องมีความสำคัญมาก ๆ ในสายตาของเขา

..

ในเวลาที่คุณมีความทุกข์เศร้า คุณคิดแบ่งปันกับใคร ? .............

-------------------------------------------------------

เราก้อไม่รุ้ว่าคนนั้นใช้ทฤษฏีนี้ในการตัดสินใจรึเปล่า ถ้าใช่....ก้อแปลว่าเราคงไม่ดีพอที่จะทำให้เค้ารู้สึกว่าเราเป็นที่พึ่งพาในยามที่เค้ามีความทุกข์ได้ ก้อคงได้แต่ภาวนาให้อีกคนเค้าทำได้ดีกว่าเรา เป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ยามที่มีปัญหา คอยดูแลเวลาที่ไม่สบาย (หรือแม้กระทั่งเวลาเมา) และอยู่ด้วยเวลาที่เค้าต้องการ เพราะเราเชื่อในเรื่องข้างบนส่วนนึงตรงที่ว่าชีวิตคนเราเจอความทุกข์มากกว่าความสุขเสมอ ถ้าเราไม่มีใคร support เราเวลาทุกข์ แล้วเราจะมีแรงไปมีความสุขรึเปล่า?

---------------------------------------------------------

ว่าจะเขียนเรื่องตอนบ่ายซะหน่อย แต่ Blog มันยาวมากแล้ว ไว้เด๋วขึ้น topic ใหม่ก้อแล้วกันนะ


Older Post | Newer Post


0 comments so far.

Feed for this Entry

Leave a Reply

Older Post | Newer Post


Categories

  • Book (7)
  • Cool (12)
  • Craft (6)
  • DoG (2)
  • Expirence (26)
  • Gizmo (8)
  • Hobby (7)
  • Korea (2)
  • Movie (14)
  • nu Jinxx (5)
  • Party (10)
  • Perception (15)
  • Quilt and Patchwork (4)
  • quiz (5)
  • Review Make up/ Skin Care (3)
  • Shopping (7)
  • Sick (6)
  • Song (23)
  • Sumo (15)
  • Toy (1)
  • Trip (29)
  • Work (17)
lemon law

Blog Archive

  • ► 2009 (10)
    • ► August (1)
    • ► April (1)
    • ► March (7)
    • ► February (1)
  • ► 2008 (68)
    • ► December (2)
    • ► October (2)
    • ► August (6)
    • ► July (4)
    • ► June (4)
    • ► May (6)
    • ► April (6)
    • ► March (9)
    • ► February (15)
    • ► January (14)
  • ▼ 2007 (105)
    • ► December (12)
    • ► November (11)
    • ► October (8)
    • ► September (8)
    • ► August (10)
    • ▼ July (16)
      • Wo Xiang jIaN DaN Ai!!
      • หนูจิ๊งซ์พาทัวร์: Ayutthaya One DaY tRiP Part 2
      • หนูจิ๊งซ์พาทัวร์: Ayutthaya One DaY tRiP Part 1
      • On site at Wang Lung Pier
      • ชีวิตจริง
      • แปะ แปะ แปะ
      • ความเหมือนในเพลง
      • รู้บ้างไหม - Crescendo
      • ไม่รู้ว่าจะจบเช่นไร
      • ชีวิตแรงงานทาส
      • หนูจิ๊งซ์พาทัวร์: ดูหิ่งห้อยใต้ต้นลำพู วิ๊ดวิ๊ว
      • เรียนจบกันแว้ว
      • เสียงของหัวใจ
      • ทางผ่าน
      • credit to: Bungiejumpบางคนก็ว่ารักแท้ไม่เคยอาศัยอย...
      • That’s the Truth
    • ► June (8)
    • ► May (4)
    • ► April (6)
    • ► March (7)
    • ► February (9)
    • ► January (6)
  • ► 2006 (33)
    • ► December (7)
    • ► November (12)
    • ► October (14)


iPhone blogger template #2 based on iPhone Theme by Jack Book
RSS Entries and RSS Comments